| Lexus LFA ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของเล็กซัส |
| Monday, 26 October, 2009 0:39 AM |
|
|
|
|
|
|
|
|
ที่มา : http://www.motortrivia.com |
Popularity: 9% [?]
| Lexus LFA ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของเล็กซัส |
| Monday, 26 October, 2009 0:39 AM |
|
|
|
|
|
|
|
|
ที่มา : http://www.motortrivia.com |
Popularity: 9% [?]
Axial : SCX10 (TR)
| Trail Proven Off-Road Performance : มาบุกป่าฝ่าดงกันเถอะ |
| Monday, 26 October, 2009 0:39 AM |
|
|
|
| • SCX10 ตัวแรกที่ออกมาตอนต้นปี ถือเป็นรถสเกลที่สามารถแต่งต่อได้หลากหลาย ถอดบอดี้อ่อนทิ้ง ลงบอดี้แข็ง สเกลยอดนิยมได้ทันที ระยะวีลเบส สุดอเนกประสงค์ |
| ออฟฟิเชียล วีดิโอ ฝีมือของแชมป์โลกรถไต่หิน คลาส 2.2 ในปี 2006 Brad ‘Bender’ Dumont ปัจจุบันถูกจับเข้าค่าย Axial ในฐานะดีไซน์เนอร์ไปเรียบร้อย |
|
ที่มา : http://www.motortrivia.com/ู |
Popularity: 8% [?]
| เมืองไทยไม่บุกรถยนต์ชั้น 1 ขาดทุน |
|
ต้นปีหน้าใช้ไอทีใหม่พัฒนาบริการลูกค้า เมืองไทยยึดนโยบายไม่ บุกชั้น 1 ไม่มีกำไรสินไหมสูงเกิน 70% สู้ชั้น 3 ชั้น 5 และนอน มอเตอร์ ไม่ได้กำไรดีกว่าเยอะ เผย 1 ปีหลังควบรวมทุกอย่างลงตัวทั้งฐานะการเงินแข็งแกร่ง เบี้ยงาม สินค้าหลากหลายทุ่ม 50 ล้านบาท พัฒนาระบบงานใหม่เพิ่มประสิทธิภาพบริการลูกค้า-ตัวแทน-รวมถึงคู่ค้าใช้ต้นปี ’53 มั่นใจปิดหีบโต 7% ลุย ต่อ CSR เด็ก-สตรี ปีหน้าเพิ่มงบ นางกฤตยา ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นโยบายในการขยายตลาดประกันภัยรถยนต์ยังคงไม่เน้นประกันประเภท 1 มากเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีกำไรอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) สูงเกิน 70% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอัตรา ค่าสินไหมทดแทนประกันรถยนต์ทุกประเภทของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 65% โดยมุ่งขยายประกัน ประเภท 3 และประเภท 5 มากกว่าเนื่องจากค่าสินไหมทดแทนต่ำกว่ามากทำให้มีกำไรประมาณ 10% “เมื่อไม่เน้นประกัน ชั้น 1 แต่หันไปขยายประเภท 3 และ 5 รวมถึงประกันไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) ทำให้สัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์ลดลงเหลือประมาณ 43-45% จาก 49% เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา โดยประกันนอน มอเตอร์ส่วนใหญ่เป็นลูกค้า รายย่อย อาทิ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) ประกันสุขภาพ จากทุกช่องทางรวมถึงแบงก์แอสชัวรันส์ผ่านทางธนาคารกสิกรไทย โดยงานจากแบงก์ส่วนใหญ่เป็นอัคคีภัย พีเอ ประกันสรรพภัย (Industrial All Risk : IAR)” นางกฤตยากล่าวว่า หลังจากควบรวมกิจการมาได้ปีกว่าจนถึงขณะนี้บริษัทมีความพร้อมมากขึ้นกว่า เดิมแล้วทั้งในด้านฐานะการเงิน ผลประกอบการ เบี้ยประกันภัยและผลกำไรเพราะบริษัทที่ควบ รวมกันคือภัทรประกันภัยและเมืองไทยประกันภัยเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งทั้งคู่ ถือเป็นการควบรวมที่ประสบความสำเร็จ แม้ในช่วงแรกจะมีความชุลมุนในเรื่องการควบรวมอยู่บ้าง ขณะที่บุคลากรมีความพร้อมมากกว่าเดิมเช่นเดียวกับสัดส่วนสินค้าและช่องทาง จำหน่ายที่กระจายตัวได้ดีมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผลจากการควบรวมทำให้ บริษัทต้องลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่เนื่องจากระบบเดิมไม่สามารถใช้ ได้เพราะลักษณะงานต่างกัน โดยใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท ในการลงทุนระบบไอทีใหม่ที่เรียกว่า “โพลิซีเอเชีย” ซึ่งเป็นระบบที่บริษัทประกันภัยหลายบริษัทใช้อยู่ โดยระบบใหม่ซึ่งจะรวมงานของระบบเดิมที่มีอยู่ 2 ระบบจากทั้ง 2 บริษัทมาไว้เข้าด้วยกันจะทำให้การให้บริการลูกค้าทั้งการออกกรมธรรม์ บริการ สินไหมทดแทนแทนการดูแลตัวแทนตลอดจนการติดต่อกับคู่ค้า อาทิ อู่ซ่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงส่งเสริมงานด้านการขาย ซึ่งช่วงนี้อยู่ระหว่างการทดลองใช้และแก้ไข เพื่อให้มีความสมบูรณ์ คาดว่าจะสามารถนำมาใช้งานได้ ในต้นปี 2553 นางกฤตยา กล่าวว่า บริษัทได้เสริมทีมในส่วนของงานด้านบัญชี นักคณิตศาสตร์ประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงโดยจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ฝ่ายละคนมาช่วยดูแลและสร้างทีมรองรองรับกฎใหม่ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยเฉพาะเกณฑ์ดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง (Risk-based Capital : RBC) เพราะการทำบัญชี การ คำนวณเงินสำรอง เงินกองทุนตามเกณฑ์ RBC มีความยุ่งยากมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการตอบสนองคืนสู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องไม่ได้ หยุด โดยปีนี้ใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมกับกลุ่มผู้พิการและสตรี โดย 60% จะใช้ สำหรับกิจกรรมกับกลุ่มคนพิการ และ 40% สำหรับกลุ่มสตรี ซึ่งในปีหน้าจะเพิ่มงบประมาณด้าน CRS โดยปกติงบ CSR อยู่ประมาณ 2% ของกำไร นางกฤตยา กล่าวว่า สิ้นปีนี้บริษัทน่าจะมีอัตราเติบโตประมาณ 7-8% เบี้ยรับรวมน่าจะใกล้เคียง 4,400 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ย 4,008 ล้านบาท www.siamturakij.com
|
| ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1039 ประจำวันที่ 10-13 ตุลาคม 2552 |
Popularity: 30% [?]
| คปภ.ลุยเชือดนายหน้านอกรีต |
|
เจอแน่ทุกรายไม่แยกบัญชี Trust-Non Trust ส.โบรกเกอร์ฟิตจัด เตรียมพร้อมรับมือกฎเหล็กคปภ.ใหม่ๆ ที่ออกมาไม่ยั้ง ประเดิมแต่งตั้งผู้อำนวยการสมาคม รับหน้าประสานงานต่อเนื่อง อีกด้านเดินแผนเชิงรุก สำรวจความเห็นสมาชิก ปรับปรุงแก้ไขปัญหาอุปสรรคธุรกิจ ประเดิมชงแก้ปัญหาใหญ่ หลังกฎหมายใหม่กำหนดให้โบรกเกอร์ต้องแยกบริษัทตามไลเซ่นส์ขายประกันชีวิต -วินาศภัย กระทบจังเบอร์ 10 ค่ายยักษ์ มือเก๋าวงการ ลั่นขอกรอบเดียวกับแบงก์เป็นนายหน้าไม่ขายประกันไม่เห็นต้องแยกบริษัท ยิ้มร่าแผนคุมจรรยาบรรณสำเร็จ คปภ. ออกประกาศให้แยกบัญชี Trust กับ Non Trust มีผลปฏิบัติ 1 ต.ค.แล้ว จับตาโบรกเกอร์ใดไม่ปฏิบัติมีสิทธิ์ปิดกิจการคปภ.เพิกถอนใบอนุญาต นายเรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ นายกสมาคมนายหน้าประกันภัย (โบรกเกอร์) เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมต่อเนื่อง ไม่สะดุดแม้จะต้องมีเปลี่ยนบอร์ดบริหารตามวาระ รวมทั้งจะดำเนินนโยบายเชิงรุกมากขึ้น เพื่อรับมือกับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ออกมามากในปีนี้ จึงได้จัดตั้งตำแหน่งใหม่ขึ้นมา คือ ผู้อำนวยการสมาคม โดยได้นางทัศนีย์ ดวงรัตน์ มารับตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา พร้อมกับผลักดันให้บรรลุเป้าหมายที่สมาคมวางไว้ในปีบริหาร 2552-2554 ด้วย ทั้งนี้ นโยบายแรกที่ต้องดำเนินการ คือ การประสานงานกับคปภ.ในการขอแก้ไข ปรับปรุง ประกาศสำนักงานคปภ. ในบางข้อที่ยังเป็นปัญหา โดยเรื่องแรก คือ สืบเนื่องจากประกาศของคปภ.ที่ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ให้นายหน้านิติบุคคลต้องแยกบริษัทตามใบอนุญาตประกอบธุรกิจ คือ นายหน้าประกันชีวิต และนายหน้าประกันวินาศภัยอย่างชัดเจน ซึ่งตามกฎหมายเดิม กำหนดให้แยกเฉพาะนิติบุคคลที่ยื่นขอจดทะเบียนใหม่ ส่วนรายเดิมมีบทเฉพาะกาลยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ข้อนี้ แต่ตามกฎหมายใหม่บทเฉพาะกาลระบุเพียงให้ทุกบริษัทต้องดำเนินการแยกให้แล้ว เสร็จภายในปี 2554 จึงกลายเป็นประเด็นปัญหาขึ้น เพราะกระทบกับบริษัทรายเก่าที่ได้รับการยกเว้นแต่เดิมก็ต้องมาดำเนินการแยก ซึ่งทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องของทุนจะทะเบียนสำหรับบริษัทใหม่ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เป็นต้น “ผลกระทบที่จะเกิด ขึ้น ยังไม่ทราบว่ากระทบกับกี่บริษัทแน่ แต่หากเทียบเฉพาะในหมู่สมาชิกทั้ง 53 บริษัท ได้รับผลกระทบแน่ 10 บริษัท ซึ่งทางสมาคมได้เข้าไปคุยกับคปภ.ในหลักการแล้วว่า จะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ เพราะหากเป็นเรื่องที่ถูกระบุไว้ในพ.ร.บ. ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ แต่หากเป็นเพียงนโยบายของ บอร์ดคปภ. ก็ยังสามารถที่จะขอเสนอแก้ไขได้” อย่างไรก็ดี เข้าใจว่าการออกกฎเกณฑ์ต่างๆ ของคปภ. จะล้อไปกับกฎหมายแม่ คือ พ.ร.บ.ประกันชีวิต และ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย ซึ่งกำหนดให้บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยต้องแยกบริษัทบริหารอย่างชัดเจน แต่ในกรณีของนายหน้าประกันภัย เป็นเพียงนายหน้าหรือคนกลาง ไม่ได้ดำเนินธุรกิจประกันภัยโดยตรงจึงไม่จำเป็นต้องแยก และไม่ได้ลำบากในการตรวจสอบเหมือนบริษัทประกันภัย อีกทั้งหากเทียบกับธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันที่ดำเนินธุรกรรมเป็นนายหน้า ประกันภัยก็ไม่ได้แยกธุรกิจเป็น 2 บริษัท เพื่อดำเนินงานเป็นนายหน้าประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ยังสามารถให้บริการทั้ง 2 ธุรกิจได้ในธนาคารเดียว “เรื่องนี้แม้ไม่ใช่ เรื่องเร่งด่วน แต่ก็เป็นเรื่องใหญ่ของสมาคม เพราะกระทบเยอะซึ่งเท่าที่การสอบถามเบื้องต้นไป ยังคปภ.พบว่าประกาศนี้เป็นเพียงประกาศ ของบอร์ดคปภ. เราจึงจะได้นำประเด็นนี้ไปหารือกับคปภ. เพื่อเสนอให้แก้ไขโดยต้องการใช้กรอบปฏิบัติเดียวกันกับธนาคารพาณิชย์ที่ไม่ ต้องแยกประกอบธุรกิจนายหน้า” ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่น ข้อกฎหมายที่กำหนดให้บริษัทนายหน้าประกันภัยต้อง มีผู้ถือหุ้นคนไทยไม่น้อยกว่า 75% ขณะที่ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติ สามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% เท่ากับว่าต้องไปลดสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นต่างชาติลงเพื่อเพิ่มสัด ส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งข้อนี้ตามประกาศใหม่ก็ต้องให้แล้วเสร็จภายในปี 2554 เช่นกัน “ประเด็นเรื่องข้อ กฎหมายต่างๆ ที่ต้องปรับปรุงนี้ ทางสมาคมจะตรวจสอบความคิดของสมาชิกก่อนว่ามีข้อใดบ้างที่ควรปรับปรุง และมีกำหนดจะนำไปหารือกับคปภ.ในสัปดาห์หน้า” ประเด็นต่อมา เป็นการหารือกับสมาคมประกันวินาศภัยในเรื่องของการทำเอกสารสัญญาการดำเนิน งานระหว่างกันให้เป็นมาตรฐาน เช่น มีงานอะไรบ้าง จะจบสัญญาเมื่อใด ค่าตอบแทนที่จะได้เป็นเท่าใด ซึ่งที่ผ่านมา 20 ปีไม่เคยมีเอกสารสัญญาระหว่างกันเลย มีแต่สัญญาแต่งตั้งการเก็บเงิน เท่านั้น โดยจะเอาแบบฟอร์มที่สมาคมร่างไว้ กับแบบฟอร์มของสมาคมประกันวินาศภัยทำ มาปรับแต่งให้เหมาะสมตรงกัน เพื่อให้เป็นสัญญามาตรฐานต่อไป “นอกจากนี้ ยังจะได้หารือกับสมาคมประกันวินาศภัยในเรื่องของ Cash Before Cover ว่านับแต่เริ่มใช้มานี้มีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ เพราะมีเสียงสะท้อน ว่าคปภ.ออกตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัทประกันวินาศภัยบางแห่งไม่สามารถปฏิบัติ ตามได้ และยังมีลูกค้านิติบุคคลร้องเรียน ผ่านโบรกเกอร์ว่า ไม่สามารถจ่ายเบี้ยได้ทัน หรือหากจ่ายเบี้ยทัน บริษัทประกันภัยก็ออกกรมธรรม์ให้ไม่ทัน เป็นต้น ซึ่งหลังจากการหารือกันแล้วก็จะนำข้อสรุปที่ได้ไปคุยกับคปภ.อีกทีเพื่อหาทาง แก้ไข” นอกจากนี้ จะเน้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกอย่างจริงจัง จากเมื่อ 2 ปีก่อนที่ตนมารับตำแหน่งนายกสมาคม ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของจรรยาบรรณ คือ เรื่องของการแยกบัญชีเป็น 2 บัญชี คือ บัญชีค่าเบี้ยประกันที่ลูกค้าชำระเข้ามา หรือ Trust โดยให้นำเงินส่วนนี้ไปเปิดบัญชีเงิน ฝากไว้ที่ธนาคารเท่านั้นห้ามนำไปใช้จ่ายด้านอื่นๆ เหมือนที่ผ่านมาจนกว่าจะถึงกำหนดนำส่งค่าเบี้ยให้กับบริษัทประกันภัยต่อไป และบัญชีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆ ของบริษัท หรือ Non Trust อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือนพนักงาน เป็นต้น ซึ่งการแยกบัญชีจะ สามารถตรวจสอบได้ง่าย ว่าโบรกเกอร์นั้นๆ เอาเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ และยังทำให้โบรกเกอร์รู้ฐานะการเงินตัวเองในเรื่องสภาพคล่องอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำเร็จแล้ว เพราะขณะนี้คปภ.ได้ออกประกาศให้นายหน้าต้องเริ่มดำเนินการแยกบัญชีตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา แต่ผ่อนผันให้เวลา 3 เดือนในการแยก ซึ่งเท่ากับมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไป เพื่อให้คปภ.เข้าไปตรวจสอบได้ ซึ่งขณะนี้ได้มีจดหมายเวียนให้นายหน้านิติบุคคลต้องแจ้งเลขที่บัญชีต่อคปภ. โดยส่งสำเนาใบอนุญาตธนาคารให้คปภ.เข้า ไปตรวจสอบบัญชีดังกล่าว “Trust และ Non Trust ทราบว่าหลายบริษัทอาจจะยังไม่มีการแยกบัญชี แต่เกณฑ์ข้อนี้จะเป็นกติกาหลักอีกข้อที่จะทำให้โบรกเกอร์เจอปัญหาสภาพคล่อง ถึงขั้นปิดกิจการได้ เพราะไม่สามารถจะนำเบี้ยส่วนนี้มาใช้หมุนได้ เพราะ Trust และ Non Trust ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่หากไม่ปฏิบัติตาม คปภ.เพิกถอนใบอนุญาตได้” ดังนั้น ในปีนี้จึงได้หันมาเน้นในเรื่องการเพิ่มจำนวนสมาชิกอย่างจริงจัง ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนที่ตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งมีสมาชิกเพียง 51 บริษัท จนถึงขณะนี้มีสมาชิกเพิ่มเป็น 53 บริษัท และจากนี้ไปจะสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อให้ครบตามเป้า 70 บริษัท โดยมีการจูงใจด้วยการให้ส่วนลดสำหรับหลักสูตรอบรมต่างๆ สำหรับสมาชิก ซึ่งได้ร่วมกับสถาบันประกันภัยไทย (ทีไอไอ) จัดหลักสูตรอบรมต่างๆ ขึ้นเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับสมาชิก รวมทั้งประโยชน์ในการอัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของสมาคม และแวดวงประกันภัยด้วย “การเพิ่มจำนวนสมาชิก ไม่ได้มุ่งเป้า แค่นายหน้านิติบุคคลเท่านั้น แต่จะขยายไปยังนายหน้าบุคคลธรรมดาด้วย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 40,000-50,000 คน โดย 60% เป็นนายหน้าบุคคลประกันวินาศภัย ขณะที่นายหน้านิติบุคคลมี ราว 500 บริษัท เป็นนายหน้าประกันวินาศภัย 300 บริษัทและนายหน้าประกันชีวิต 200 บริษัท”
|
| ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1037 ประจำวันที่ 3-6 ตุลาคม 2552 |
Popularity: 28% [?]
|
ตามแผนกลุ่มประกันครบวงจร ไพบูลย์ประกันภัยได้ ฤกษ์ ขึ้นป้าย-โลโก้ใหม่เป็น “ไทยไพบูลย์ประกันภัย” ดันแผน Insurance Convergent เต็มสูบ พร้อมดึงมือทองไทยประกันชีวิตช่วยขายตามแผนปั้นที่ปรึกษาการเงินขายสินค้าใน กลุ่มได้ครบวงจร |
Popularity: 59% [?]
| ปลดล็อกใบอนุญาต ‘นายหน้า’ |
|
คปภ. ปลดล็อกนายหน้าประกันภัย แก้กฎหมายให้ขายได้ทั้งกรมธรรม์ชีวิต-ประกันภัย เกณฑ์เดียวกับแบงก์แอสชัวรันส์ พร้อมขอเพิ่มลดหย่อน |
Popularity: 27% [?]
| Honda Step Wagon
รุ่นใหม่หลังคากระจกเฉพาะตลาดญี่ปุ่น ฮอนด้าเผยโฉมรุ่นที่ 4 ของเอ็มพีวีรุ่นดัง Step Wagon โดยทำการออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นความสะดวกสบาย ด้วยประตูข้างแบบสไลด์ทั้ง 2 ฝั่ง ออกแบบเบาะนั่งให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ตำแหน่ง โดยตัวรถมีความยาวมากกว่ารุ่นเดิมเพียง 50 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 45 มิลลิเมตร ห้องโดยสารยาว 3,095 มิลลิเมตรStep Wagon ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2,000 ซีซี iVTEC และเกียร์อัตโนมัติ CVT สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ในบางรุ่นย่อยมีระบบ AFS ไฟหน้าเลี้ยวตามการหมุนพวงมาลัย ระบบกล้องวงจรปิดรอบคัน ช่วยผู้ขับเมื่อขับผ่านที่แคบหรือถอยหลัง Read the rest of this entry » |
Popularity: 32% [?]
Honda Accord Crosstour
| Honda Accord Crosstour
เจอกัน พ.ย. นี้แน่นอน |
| ยั่วกันไปยั่วกันมา และอุ่นเครื่องกันนานเอาเรื่องสำหรับเวอร์ชันอเนกประสงค์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ที่จะขายในชื่อ ครอสส์ทัวร์ โดยในตอนนี้ทางดีลเลอร์ของฮอนด้าที่สหรัฐอเมริกา เฟิร์มมาเรียบร้อยแล้วว่า ลูกค้าชาวอเมริกันจะเป็นตลาดแห่งแรกที่ได้สัมผัสกับรถยนต์รุ่นนี้ และเริ่มขายกันในเดือนพฤศจิกยายน
ตัวรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบ และพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ แอคคอร์ด ซีดาน เวอร์ชันอเมริกัน ซึ่งก็คือรุ่นเดียวกับบ้านเรา (แต่ไม่เหมือนเวอร์ชันญี่ปุ่นและยุโรป) แต่เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นการตัดหัวเอามาต่อท้าย ฮอนด้าก็เลยจัดการ ออกแบบรายละเอียดของรูปลักษณ์ด้านหน้าใหม่หมด แต่แผงหน้าปัดและมาตรวัดใช้ร่วมกันในรายละเอียดส่วนหลัก แต่พวกชิ้นส่วนย่อยๆ เช่น พวงมาลัย หรือรูปแบบการตัดวางของสวิตช์แอร์ตรงแผงคอนโซลกลางออกแบบใหม่ |
Popularity: 13% [?]
| Lamborghini Murcielago LP670-4 SV
ราชากระทิงตัวใหม่ ที่แรงกว่า เบากว่าและเร็วกว่าเดิม |
| Tuesday, 6 October, 2009 0:05 AM |
| แลมโบร์กินี มูร์เซียลาโก สุดยอดรถสปอร์ตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้แลมโบร์กินี ได้ทำการพัฒนามูร์เซียลาโกตัวใหม่ซึ่งดิบ ดุดันมากขึ้นและเป็นรุ่นที่มีสเปคสูงที่สุด ณ ปัจจุบัน
มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี แรงกว่า เบากว่า และเร็วกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร วี 12 สูบ ขนาด 670 แรงม้า และน้ำหนักที่เบาลงอีกกว่า 100 กก. อัตราเร่ง 0 – 100 กม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 342 กม. ต่อชั่วโมง อีกทั้งยังมีการผลิตแค่เพียง 350 คันทั่วโลกเท่านั้น |
Popularity: 10% [?]
สำนักงาน คปภ.มีคำสั่งนายทะเบียนปรับปรุงเงื่อนไขความคุ้มครองความเสียหายของ ตัวรถยนต์ที่ทำประกันภัย ให้ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก(Deductible) ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 2,000 บาท เป็น 1,000 บาทของการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง เมื่อรถยนต์ที่ทำประกันภัยได้รับความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ และในกรณีเกิดความเสียหายจากการชนแต่ไม่สามารถระบุคู่กรณีให้บริษัททราบได้ โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป
Read the rest of this entry »
Popularity: 39% [?]