ตะลึง! คปภ.’โนเนม’ ประชาชนไม่รู้จัก
โพลชี้ชัดคนไทย รู้เรื่อง ‘ประกัน’ น้อย
สถาบัน ประกันเงินฝาก กระทรวงการคลัง ได้ทำการวิจัยและสำรวจผู้ใช้บริการทางการเงินผ่านระบบสถาบันการเงินในไทย โดยได้ทำการสำรวจข้อมูลผู้ฝากเงิน และ “ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย” จำนวน 1,061 คน ใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครสวรรค์ ขอนแก่น นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี สงขลา ชลบุรี เพชรบุรี กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นคร ปฐม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ ในเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงความรู้ความเข้าใจถึง ความรู้ความเข้าใจของผู้ฝากเงิน และผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยใน 2 ประเด็นหลัก คือ ความรู้ความเข้าใจที่อาจมีผลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้บริการทางการเงิน และความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับกระบวนการร้องเรียนเมื่อได้รับความไม่เป็น ธรรมจากการใช้บริการ ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้

ประชาชนไม่รู้จักคปภ.
1.ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการใช้บริการทางการเงิน และยังไม่เข้าใจในบริการด้านการเงินอื่นๆ นอกจากเงินฝากและประกันภัย ซึ่งส่งผลให้ไม่ใช้บริการทางการเงินที่ตนไม่เข้าใจ
2.ผู้ฝากเงินทราบ ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือ หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินและกำหนดให้สถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลที่จำ เป็น โดยมีความมั่นใจในการกำกับดูแลสถาบันการเงินในระดับที่ดี แต่ไม่มั่นใจในฐานะการเงินและบุคลากรของสถาบันการเงินบางแห่งเท่านั้น
3.ผู้ ใช้บริการประกันภัยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับส่งเสริม ประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คือ หน่วยงานกำกับดูแลบริษัทประกันภัย แต่ความมั่นใจต่อประสิทธิภาพในการกำกับดูแลบริษัทประกันภัยอยู่ในระดับที่ดี ส่วนความมั่นใจในบริษัทประกันภัยมีต่อบางแห่งเท่านั้น
4.ผู้ใช้เงิน ฝากเกินครึ่งเชื่อว่า รัฐบาลไม่ยอมให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่ล้ม แต่ 47% จะถอนเงินออกมาจากสถาบันการเงินที่ตนฝากอยู่ หากมีสถาบันการเงินอื่นที่ตนไม่ได้ฝากเงินด้วยมีปัญหาทางการเงิน ซึ่งทัศนคติดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหา Moral Hazard และ Bank Run ในระบบสถาบันการเงินได้
5.ผู้ฝากเงินมีความรู้ในรายละเอียดของระบบ ประกันเงินฝากของไทยน้อย ซึ่งผลการสำรวจของผู้ใช้บริการประกันภัยต่อการล้มของบริษัทก็เป็นไปในรูปแบบ เดียวกัน
6.ประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมาของผู้ฝากเงินและผู้ถือ กรมธรรม์ประกันภัย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาในการใช้บริการ อย่างไรก็ดี ในกลุ่มที่ประสบปัญหาในการใช้บริการส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้สิทธิร้องเรียน ทั้งนี้ มีสาเหตุหลักมาจากการไม่รู้ว่าจะร้องเรียนได้ที่ใด ประกอบกับกระบวนการแก้ไขเรื่องร้องเรียนมีขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลา นาน
7.ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการติดตาม ข้อมูลข่าวสารทางการเงิน โดยช่องทางที่ผู้ตอบแบบสอบถามได้รับข้อมูลมากที่สุด คือ จากเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินหรือบริษัทประกันภัย ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่งเชื่อว่า ความเป็นไปได้ที่ตนจะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงินมีน้อย โดยเห็นว่าบุคคลหลักที่ควรมีหน้าที่ปกป้องผู้ใช้บริการทางการเงินจาก อาชญากรรมทางการเงินคือ ผู้ใช้บริการเอง โดยมีวิธีหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของรายการทาง การเงินเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต
8.ข้อ เสนอแนะเกี่ยวกับระบบการคุ้มครองผู้ใช้บริการเงินฝาก และผู้ใช้บริการประกันภัยที่สำคัญ คือ ด้านการให้ข้อมูลที่มากขึ้น ทั้งด้านวงเงินหรือประเภท และระยะเวลาการคุ้มครอง หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานคุ้มครอง และความยุ่งยากและความรวดเร็วในการร้องเรียน
9.การประมาณค่าจากแบบ จำลองเศรษฐมิติ (Ordered Probit) แสดงให้เห็นตัวแปรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้ความเข้าใจของผู้ ฝากเงินจะเพิ่มขึ้น หากผู้ฝากเงินในกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ชาย มีส่วนในการตัดสินใจทางการเงินในครอบครัวบางส่วน มีการติดตามข้อมูลทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ มีอายุมากขึ้น และมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น
ขณะที่ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้ ความเข้าใจองค์กรกำกับดูแลและกฎหมายประกันภัยมีน้อยมาก โดยมีเพียงการศึกษาเท่านั้นที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ
ผลสำรวจชี้ให้ เห็นว่าผู้ฝากเงินและผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยส่วนใหญ่ยังมีระดับความรู้ความ เข้าใจในบริการทางการเงิน “น้อย” และยัง “ไม่ตระหนัก” ถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับการกำกับดูแลภาคการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงสิทธิคุ้มครองต่างๆ ในการใช้บริการทางการเงิน และประกันภัย โฟกัสเฉพาะข้อที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยโดยตรง ที่ “ไฮไลต์” ให้เห็นชัดๆ ยิ่งสะท้อนชัดว่า คนไทยยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการประกันภัย
งานนี้คงถึงเวลา ที่คปภ. ต้องผนึกกำลังภาคเอกชนทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่าง “จริงจัง” ในเรื่องของการเผยแพร่ “ความรู้ความเข้าใจ” ในเรื่องของการประกันภัยให้ “ซึมลึก” เข้าสู่ทุกภาคส่วน และทุกระดับกันเสียที และคงจะบิดพลิ้วเป็นเรื่อง ของ “ตัวใครตัวมัน” ไม่ได้เสียแล้ว งานนี้คงต้องทำร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะกระทั่งชื่อของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจยังไม่รู้จัก ก็คงไม่ต้องถามถึงทั้งธุรกิจทั้งประกันชีวิต 24 บริษัท และประกันวินาศภัยอีก 72 บริษัทคนจะรู้จักน้อยยิ่งกว่าน้อยสักเพียงใด
www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว :: นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1058 ประจำวันที่ 16-18 ธันวาคม 2552
Popularity: 18% [?]
Thai Share This