‘ฟอลคอน’ ปักธงตลาดไดเรกต์ภูธร
เปิดสาขาอีสาน/เพิ่มคอลเซ็นเตอร์ ฟอล คอนรุกหนักตลาดไดเรกต์ขายผ่านโทรศัพท์ เบี่ยงทิศเจาะต่างจังหวัด ประเดิมอีสานคนเยอะสุด ปักธงสาขาแรกที่ขอนแก่นพ่วงคอลเซ็นเตอร์มิถุนายนนี้
ส่วนตลาดเมืองกรุงผุดคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่ รีครูตนักขายเพิ่มอีก 80 คน พร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งสินไหม ซุ่มขออนุมัติแบบประกันใหม่นอน มอเตอร์เพิ่มอีก 3 ตัวหัวหอกเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ตั้งเป้าปีนี้ทะลุ 200,000 ราย เบี้ย 650 ล้าน
นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานบริหารสูงสุด บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2553 บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการขยายตลาดผ่านช่องทางไดเรกต์ มาร์เก็ตติ้งหรือ ขายผ่านโทรศัพท์ซึ่งเป็นช่องทางหลักช่องทางหนึ่งเพื่อขยายฐานลูกค้ารายย่อย ที่เป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยจะเริ่มเปิดสาขาในต่างจังหวัดเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย โดยสาขาแห่งแรกจะอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น
สาขาใหม่จะใช้เป็นคอ ลเซ็นเตอร์ควบคู่กันไปด้วยรองรับการขยายฐานลูกค้าไดเรกต์ในภูมิภาคนี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4 ล้านบาท มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะมีพนักงานขายและให้บริการประจำประมาณ 15-20 คน โดยสาขาแห่งนี้จะเป็นต้นแบบในการเปิดสาขาแห่งใหม่ๆ ในภูมิภาคอื่นต่อไป
สำหรับ ในส่วนกลาง บริษัทจะใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 10 ล้านบาท จัดตั้งคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่ขึ้นที่สำนักงานใหญ่รองรับการทำตลาดกรุงเทพมหา นครและ ปริมณฑล ซึ่งจะมีพนักงานขายและให้บริการประจำประมาณ 50-80 ที่นั่งจากปัจจุบันที่มีคอลเซ็นเตอร์ทั้งหมด 6 แห่ง มีพนักงานขาย 120 คน รวมถึงจัดตั้งศูนย์รับแจ้งสินไหมทดแทนขึ้นที่สำนักงานใหญ่อีกเช่นกันเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพด้านบริการสินไหมซึ่งจะนำระบบ GPS มาใช้ด้วย
“การ จัดตั้งคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่ เปิดศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุรวมถึงสาขาในภาคอีสานจะเพิ่มศักยภาพด้านบริการ และการขายรองรับฐานลูกค้าและคู่ค้าได้มากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้เราสามารถเข้าไปหาฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น”
นอก จากนี้ จะออกสินค้าใหม่เพิ่มอีก 2-3 ประเภทเป็นแบบประกันภัยไม่ใช่รถยนต์ (นอน มอเตอร์) เพื่อขายผ่านช่องทางไดเรกต์ อยู่ระหว่างยื่นขออนุมัติแบบประกันกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ง เสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
นายโอฬาร กล่าวว่า การขยายช่องทางขายไดเรกต์เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้บริษัทมีเบี้ยรับรวมในปีนี้ เป็นตามเป้าหมาย 650 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 44% เทียบกับปี 2552 ที่ทำได้ 450 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 80% เทียบกับปี 2551 แยกเป็นเบี้ยรถยนต์ 30% อีก 70% เป็นเบี้ยนอน มอเตอร์ มาจากช่องทางบริษัท นายหน้า (โบรกเกอร์) มากที่สุดประมาณ 60% รองลงมาคือไดเรกต์ 35% และผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันส์) อีกประมาณ 5% โดยพันธมิตรหลักคือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
สำหรับช่องทาง โบรกเกอร์ปัจจุบันมีคู่ค้า 14 บริษัทส่วนใหญ่เป็นโบรกเกอร์ข้ามชาติ โดยปีนี้จะขยายโบรกเกอร์ในประเทศเพิ่มอีก 3 ราย คัดเฉพาะโบรกเกอร์ที่มีคุณภาพ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นองค์กรธุรกิจเน้นงานทางด้านประกันความรับผิดต่อสินค้าไม่ ปลอดภัย (Product Liability) และประกันภัยตัวเรือ
“การทำตลาดประกัน ภัยรถยนต์ เป้าหมายของเราจะรักษาสัดส่วน 30% ไว้ เพราะประกันรถยนต์การแข่งขันสูงมาก จะเน้นขยายกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่พอ
อยู่ ได้ เช่น ให้ทีมไดเรกต์เจาะไปยังคลับรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ เช่น ฮอนด้า ซีอาร์วี, ฮอนด้า แอคคอร์ด, โตโยต้า คัมรี่ “สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไร 31 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะมีกำไรในปีที่ 4 แม้ตัวเลขจะต่ำไปก็ตาม โดยปีนี้จะรักษากำไรไม่ให้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
นางสาวสาวิตตี ศิริโตมร ผู้อำนวยการฝ่ายไดเรกต์มาร์เก็ตติ้งฟอลคอนประกันภัย กล่าวเสริมว่า เบี้ยประกันภัย 90% ของช่องทางไดเรกต์มาจากแบบประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) การออกสินค้าใหม่จะช่วยขยายฐานลูกค้านำมาครอสเซล เสนอขายให้กับลูกค้าเก่าเพื่อซื้อประกันแบบใหม่เพิ่ม รวมถึงเจาะเข้าไปที่กลุ่มลูกค้าที่เคยปฏิเสธทำประกันกับบริษัทก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ารายย่อยตลาดแบบไดเรกต์ประมาณ 100,000 ราย คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 200,000 ราย
“การเปิดตลาดภาคอีสานในช่วง แรกเราไม่คาดหวังยอดขาย เน้นการทำประชาสัมพันธ์ให้คนรู้แบรนด์ฟอลคอนมากกว่าปลายไตรมาสสามหรือต้นไตร มาสสี่ถึงจะรุกจริงจัง การทำตลาดแบบไดเรกต์ยอดขายจะผันแปรไปตามจำนวนพนักงานขาย อีกทั้งการแข่งขันของช่องทางนี้ในตลาดสูงมาก คู่แข่งมีเยอะขึ้นเพราะหลายบริษัทหันมาเปิดช่องทางนี้ เกิดการแย่งตัวพนักงานทำให้การเข้า-ออกของพนักงานขายมีสูงมาก อีกทั้งผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง เราพยายามรีครูตคนเข้าใหม่ตลอด”
ส่วน กฎคปภ. ไม่กระทบกับการขายของบริษัทเพราะทำมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่อาจจะกระทบกับบริษัทอื่น กฎคปภ. ทำให้การขายผ่านโทรศัพท์มีความชัดเจนมากขึ้น ทุกบริษัทมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ที่สำคัญทำให้งานขายมีคุณภาพดีขึ้น อัตราการยกเลิกกรมธรรม์น้อยลง โดยอัตราต่ออายุตลาดแบบไดเรกต์อยู่ในเกณฑ์ดีประมาณ 60-70%
ที่มาของข่าว ::
www.siamturakij.com นสพ.สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1071 ประจำวันที่ 30 มกราคม -2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Popularity: 7% [?]


Stumble Upon
Del.icio.us
Buzz





