‘วิริยะ’ โล่งอก กองทุน 160 %
ได้เบี้ยค้างรับ
วิริยะฯ โล่ง เงินกองทุนเพิ่มเป็น 160% หลังมกราคม คปภ. ส่งจดหมายเตือนกองทุนต่ำกว่า 150% ผลพวงเงินลงทุนซื้อหุ้น 50 ล้านบาท ใน TSFC ทำพิษ! คปภ.ไม่ประเมินให้เผยแก้ปัญหาได้เพราะขายหุ้นใน TSFC ได้ แถมเบี้ยค้างรับหลายร้อยล้านเก็บได้พอดี คาดสิ้นปีกองทุนเกิน 200% เหตุลงทุนตลาดหุ้นผลงานดี-สินไหมลดดันกำไรรับประกันเพิ่ม
นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เปิด เผย “สยามธุรกิจ” ว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระดับเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมายปรับขึ้นมาเป็น 160% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 150% ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) แล้วหลังจากขายหุ้น 50 ล้านบาท ของบริษัท TSFC ที่เคยซื้อไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาออกไปรวมถึงได้เบี้ยค้างชำระเมื่อเดือน ธันวาคมที่ผ่านมาที่ทยอยชำระเข้ามาในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมอีกหลายร้อย ล้านบาท
“ตอนเดือนมกราคมเงินกองทุนเราลดลงเหลือ 147% ต่ำกว่า 150% เนื่องจากสำนักงานคปภ.ไม่ประเมินสินทรัพย์ลงทุน 50 ล้านบาท ที่เราลงทุนใน TSFC ให้ โดยทางคปภ.มีหนังสือแจ้งเตือนมาที่เราให้แก้ไขฐานะการเงินซึ่งในตอนนั้นถ้า ไม่มีรายรับจากทางอื่นเข้ามาจะเรียกชำระเงินเพิ่มทุนรอบ 2 จำนวน 300 ล้านบาท ที่เราเตรียมเพิ่มทุนไว้เข้ามา แต่เผอิญมีคนซื้อหุ้น 50 ล้านบาทของ TSFC ไปได้เงินตัวนี้เข้ามาบวกกับเบี้ยค้างรับเลยทำให้เงินกองทุนเพิ่มขึ้นสูง กว่าเกณฑ์”
นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า เงินเพิ่มทุนอีก 300 ล้านบาท พร้อมที่จะใส่เข้ามาตลอดเวลาเพราะผู้ถือหุ้นอนุมัติไว้แล้ว ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีเงินกองทุนประมาณ 2,500 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาทหรืออาจสูงถึง 3,300 ล้านบาทซึ่งหากเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาทระดับเงิน กองทุนจะอยู่ที่ประมาณ 190% แต่ถ้าเพิ่มขึ้นถึง 3,300 ล้านบาทจะเกิน 200%
สาเหตุที่ทำให้เงินกองทุนเพิ่มขึ้นมาจากการลงทุนใน ตลาดหุ้นดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นโดยดัชนีทะยานขึ้นทะลุ 550 จุดแล้ว จาก 300 กว่าจุดในปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้นหลังจากปีที่ผ่านมาขาดทุนจากการลงทุนหุ้น ประมาณ 900 ล้านบาท อีกปัจจัยหนึ่งมาจากอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) รวมลดลงเหลือประมาณ 54% ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาจาก 58% ในปีที่ผ่านมา ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นและเบี้ยค้างรับลดลงจากการใช้ระบบจ่าย เบี้ยทันที (Cash Before Cover : CBC)
“ปีก่อนเรามีเงินลงทุนในหุ้นประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทที่ผ่านมาทยอยขายออกไปทำให้พอร์ตลงทุนในหุ้นลดลงเหลือ 2,000 กว่าล้านบาท ขณะเดียวกันก็เข้าไปซื้อหุ้นบางตัวเพิ่มเน้นหุ้นที่มีเงินปันผลดีซื้อเก็บ ไว้โดยปีที่ผ่านมาเราได้เงินปันผลประมาณ 300 ล้านบาท โดยการลงทุนในตลาดหุ้นเราจะดูให้สอดรับกับ Risk Chart ซึ่งจะเกี่ยวข้องการดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง (RBC) ซึ่งถ้าดูตามชาร์ตความเสี่ยงการลงทุนในตลาดทุนจะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เท่ากับต้องตั้งสำรองสูงดังนั้นจะลดสัดส่วนลงตัดขายออกไป”
นายกฤตวิทย์ กล่าวว่า ในรอบ 3 เดือนปีนี้ (มกราคม-มีนาคม) บริษัทมีเบี้ยรับประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สูงกว่าที่คาดไว้ที่ระดับ 3% เนื่องจากเบี้ยรถใหม่เพิ่มขึ้นมากทั้งที่ยอดขายรถใหม่ทั้งระบบลดลงโดยสัด ส่วนเบี้ยรถใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของพอร์ตรถยนต์ทั้งหมดจาก 20% ในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากอำนาจต่อรองของลูกค้ากับทางดีลเลอร์และไฟแนนซ์ เพิ่มขึ้นทำให้ลูกค้ามีสิทธิ์ในการเลือกบริษัทประกันได้เองมากขึ้น
ปี 2552 วิริยะประมาณการอัตราเติบโตประมาณ 3-5% จากปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ย 16,390 ล้านบาท
Popularity: 70% [?]

Stumble Upon
Del.icio.us
Buzz




