คปภ. รับเละค่าต๋ง 184 ล้าน
คปภ. ยิ้มร่า 3 เดือนกวาดเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยที่ต้องนำส่งตามกฎหมายได้ถึง 184 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7% ประกันชีวิต 104 ล้านบาท เพิ่ม 13% ตามการเติบโตของธุรกิจที่ขยายตัวถึง 14.95% ส่วนประกันวินาศภัยลดลง 1% เหลือ 80 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา (มกราคม-มีนาคม 2552) บริษัทประกันภัยทั้ง 97 บริษัทได้นำส่งเงินสมทบให้กับสำนักงานคปภ.ตามที่กฎหมายกำหนดเป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7% เทียบกับช่วงกันของปีที่ผ่านมาที่ยอดเงินสมทบ 172 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสมทบจากบริษัทประกันชีวิต 104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มียอดเงินสมทบ 91 ล้านบาทและประกันวินาศภัยจัดเก็บได้ 80 ล้านบาท ลดลง 1% จากปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 81 ล้านบาท ซึ่งการที่เงินสมทบจากบริษัทประกันชีวิตเพิ่ม ขึ้นสอดรับกับอัตราการขยายตัวของธุรกิจที่ยังเติบโตได้ดีแม้เศรษฐกิจชะลอตัว ลงมากโดยจีดีพีติดลบ 7%
ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกมีอัตราเติบโต เพิ่มขึ้นถึง 14.95% โดยมีเบี้ยรับโดยตรง 57,909 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีเบี้ยรับโดยตรง 50,379 ล้านบาท ขณะที่ประกันวินาศภัยอัตราเงินสมทบลดลงเป็นไปตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งเติบโตลดลง 0.75% โดยมีเบี้ยรับโดยตรง 26,951 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ที่มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงอยู่ที่ 27,154 ล้านบาท
สำหรับเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยซึ่งถือเป็นแหล่ง รายได้หลักของสำนักงานคปภ.นั้นส่วนหนึ่งทางสำนักงานคปภ. นำมาใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของคปภ.มุ่งเน้นพัฒนาการให้ความ คุ้มครองกับผู้เอาประกันภัยและประชาชนผ่านโครงการหลายๆ โครงการหนึ่งในนั้นคือการพัฒนาบริการด้านการรับเรื่องร้องเรียน
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ของสำนักงาน คปภ. ประจำปี 2552 สำนักงานฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาการให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยและประชาชนจาก การประกันภัยให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมมากขึ้น
โดยสำนักงาน คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัย จึงได้ร่วมกันจัดประชุมสัมมนาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและการรับเรื่องร้อง เรียนผ่านช่องทาง “ศูนย์บริการด้านประกันภัย” (Insurance Service Center) ณ สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบูรณาการระบบรับเรื่องร้องเรียนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มีการ ปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการชดค่าสินไหมทดแทน รวมถึงลดจำนวนข้อโต้แย้งและข้อพิพาทต่างๆ ให้น้อยลง
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่ขายความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชน ดังนั้น การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจึงเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของหลักการประกันภัยและ เป็นเสมือนเฟืองจักรขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจประกันภัย ศูนย์บริการด้านประกันภัยจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นคนกลางที่มีส่วนช่วย ในการให้คำปรึกษา ไกล่เกลี่ย รับเรื่องร้องเรียน และพัฒนาวิธีการจัดการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่มีจำนวนเงินไม่มาก
ทั้งนี้ หากศูนย์บริการด้านประกันภัยของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถปฏิบัติในทิศทาง เดียวกันได้ การประสานงานเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและการรับเรื่องร้องเรียนจะสามารถ เสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว สามารถลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการต่างๆ ซึ่งผู้เอาประกันภัยและประชาชนจะได้รับความสะดวกด้านการบริการมากขึ้น
Popularity: 91% [?]

Stumble Upon
Del.icio.us
Buzz




