กรุงเทพฯ แบไต๋ซื้อหุ้น 24% ไอโออิฯ
> เชื่อมิตซุยฯ เก็บเอ็มเอสไอจีไว้เหตุใหญ่กว่า
กรุงเทพฯ แบะท่าพร้อมซื้อหุ้น 24% ในไอโออิกรุงเทพประกันภัย หาก 3 บริษัทในญี่ปุ่น “มิตซุย สุมิโตโม-ไอโออิ และนิสเซย์ โดวา” ควบรวมเสร็จ และต้องการขายหุ้นในไอโออิกรุงเทพฯ เชื่อมิตซุยฯ เลือกเก็บเอ็มเอสไอจีไว้มากกว่าเพราะใหญ่และแข็งแกร่งกว่าชี้หากยักษ์ วินาศภัยญี่ปุ่นควบเสร็จเหลือแค่ 3 กลุ่มใหญ่โตเกียว มารีน-มิตซุย- สมโพธิ์ ชี้สาเหตุควบรวมเพราะต้องการลดคอสต์ เพื่อแข่งขันกับค่ายยุโรป สหรัฐฯ ในตลาดต่างประเทศ ยอมรับควบรวมต้นทุนถูกลง 20-25% แต่ข้อเสียคนว่างงานเพิ่ม
การควบรวมกิจการกันระหว่าง 3 บริษัทประกันวินาศภัยขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นคือบริษัทมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ อิงค์ (MSIG) เบอร์ 2 ของประเทศ กับบริษัทไอโออิ อินชัวรันส์ โค เบอร์ 4 และบริษัทนิสเซย์ โดวา (Nissay Dowa) เจเนอรัล อินชัวรันซ์ โค เบอร์ 6 ซึ่งตามข่าวทาง ไอโออิและนิสเซย์ โดวาจะควบรวมกิจการกันก่อนน่าจะแล้วเสร็จปีหน้าหลังจากนั้นจะไปรวมกับ MSIG ซึ่งเป็นแกนนำ
ในการควบรวมกิจการครั้งนี้ แน่นอนว่าการควบรวมกิจการของ ทั้ง 3 บริษัทย่อมส่งผลกระทบโดยตรงมาถึงอนาคตของธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย ของทั้ง 3 บริษัทด้วย ซึ่งในส่วนประเทศไทยทั้งเอ็มเอสไอจี, ไอโออิและโดวาต่างมีบริษัทวินาศภัยทั้งที่เป็นเจ้าของรวมถึงร่วมถือหุ้นส่วน หนึ่งเปิดดำเนินการอยู่ โดยเอ็มเอสไอจีมี 2 บริษัทคือบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด อยู่ในรูปแบบสาขาและบริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเอ็มเอสไอจีกับนักลงทุนไทยโดยเอ็มเอสไอจีถือ หุ้น 49%
ขณะที่ไอโออิมีบริษัท ไอโออิกรุงเทพ ประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนกันระหว่างไอโออิกับตระกูลโสภณพนิช เจ้าของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และนักลงทุนรายย่อยอื่นๆ โดยไอโออิถือหุ้นอยู่ประมาณ 24% ส่วนโดวา มีหุ้นอยู่ในบริษัท ประกันภัยศรีเมือง จำกัด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ถ้าทั้ง 3 บริษัทควบรวมกันเสร็จซึ่งคาดว่าบริษัทที่เหลืออยู่คือมิตซุย สุมิโตโม ในส่วนประเทศไทยต้องมาดูว่าทางมิตซุย สุมิโตโมจะตัดสินใจอย่างไรกับ 3 บริษัทคือมิตซุย สุมิโตโมที่เป็นสาขา, เอ็มเอสไอจีและไอโออิกรุงเทพประกันภัยโดยเฉพาะไอโออิ กรุงเทพประกันภัยที่ทางกรุงเทพประกันภัยและบริษัทในเครือถือหุ้นใหญ่อยู่สัด ส่วนรวมกันประมาณ 45% โดยกรุงเทพประกันภัยถืออยู่มากที่สุด
“มีทางเลือกอยู่ 2 ทางคือเขาจะขายหุ้นที่ไอโออิถืออยู่ 24% ให้กับเราหรือเขาจะเก็บไอโออิกรุงเทพประกันภัยไว้และซื้อหุ้นที่เราถืออยู่ ไป แต่เท่าที่ดูความเป็นไปได้เขาน่าจะขายหุ้นในโอไออิกรุงเทพประกันภัยออกมา เพราะหากเทียบระหว่างเอ็มเอสไอจีกับไอโออิกรุงเทพประกันภัยที่เป็นบริษัท ร่วมทุนแล้ว เขาน่าจะเก็บเอ็มเอสอีไว้มากกว่าเพราะมีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งกว่าไอโออิกรุ งเทพประกันภัยมาก ซึ่งตั้งแต่ทางญี่ปุ่นประกาศควบรวมกิจการกันยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางเรา ถึงอนาคตของบริษัทนี้”
นายชัยกล่าวว่า ตามเงื่อนไขการร่วมทุนหากผู้ร่วมทุนรายใดรายหนึ่งจะขายหุ้นออกมาจะเปิดโอกาส ให้ผู้ร่วมทุนอีกกลุ่มหนึ่งมีสิทธิ์ซื้อหุ้นก่อนที่จะขายให้คนนอก และหากมิตซุย สุมิโตโมขายหุ้น 24% ในไอโออิกรุงเทพประกันภัยทางกรุงเทพประกันภัยพร้อมที่จะเข้าไปซื้อทั้งหมด ซึ่งเมื่อรวมกับหุ้นที่บริษัทในเครือถืออยู่ 45% และหุ้นใหม่อีก 24% รวมเป็น 69%
อย่างไรก็ดี นายชัยกล่าวว่า หาก 3 บริษัทควบรวมกิจการกันเสร็จ บริษัทประกันวินาศภัยญี่ปุ่นจะเหลือกลุ่มใหญ่เพียง 3 กลุ่มคือโตเกียว มารีนที่เป็นเจ้าของประกันภัยศรีเมือง, มิตซุย สุมิโมโตและสมโพธิ์ เจแปน ซึ่งการที่บริษัทประกันภัยทุกที่รวมถึงญี่ปุ่นควบรวมกิจการกันหนึ่งในเป้า หมายสำคัญเพื่อลดค่าใช้จ่าย ดำเนินงานซึ่งปกติจะสามารถลดต้นทุนลงได้ประมาณ 20-25% แต่จุดเสียที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการลดค่าใช้จ่ายคือทำให้มีการว่างงานเพิ่ม ขึ้น
ทั้งนี้ เพราะค่าใช้จ่ายประมาณ 50% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบริษัททั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือนและ สวัสดิการต่างๆ ของพนักงาน ต้นทุนส่วนใหญ่อยู่ที่พนักงาน ดังนั้น ถ้าต้องลดการค่าใช้จ่ายต้องลดพนักงานลง สมมติถ้าบริษัทที่ควบรวมกิจการกันต่างมีสาขาอยู่ในจังหวัดเดียวกันต้องยุบ สาขาใดสาขาหนึ่งเพราะการเกิดทั้ง 2 สาขามีค่าใช้จ่ายสูง
“การที่เขารวมกิจการจะมีผลต่อตลาดหรือการแข่งขันใน บ้านเราหรือไม่ไม่น่าจะมีผลมากเพราะก่อนควบรวมเขาก็ใหญ่ มีคาปาซิตี้มากอยู่แล้ว ตลาดไทยเล็กนิดเดียว เพียงแต่มาร์เก็ตแชร์ของเขา ในบ้านเรายังเล็กอยู่ การที่บริษัทญี่ปุ่นควบรวมกิจการกันเพราะเขาต้องขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เนื่องจากตลาดบ้านเขา 15 ปีไม่มีการขยายตัว ซึ่งถ้าไปต่างประเทศเขาต้องแข่งเรื่องค่าใช้จ่ายกับบริษัทจากยุโรป สหรัฐอเมริกา ต้องทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดเพื่อจะแข่งขันกับบริษัทต่างประเทศได้ ส่วนถามว่าทำไมบริษัทประกันภัยไทยไม่ค่อยควบรวมกิจการกันเหมือนบ้านเขาเพราะ บริษัทของไทย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทในครอบครัว และจุดอ่อนของการควบรวมคือการให้พนักงานออก”
อนึ่ง จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ สิ้นปี 2551 บริษัท มิตซุย สุมิโตโม มีเบี้ยรับโดยตรง 2,623.13 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) 2.47% อยู่อันดับ 12 ของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยจากทั้งหมด 71 บริษัท ขณะที่บริษัทเอ็มเอสไอจีมีเบี้ยรับโดยตรง 2,119.28 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 1.99% อยู่อันดับ 14 และบริษัทไอโออิกรุงเทพประกันภัยมีเบี้ยรับโดยตรง 1,307.60 ล้าน บาท มาร์เก็ตแชร์ 1.23% อยู่อันดับ 25
ส่วน 3 เดือนปี 2552 (มกราคม-มีนาคม) มิตซุย สุมิโตโมมีเบี้ยรับโดยตรง 752.41 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 2.79% อยู่อันดับ 9 เอ็มเอสไอจี มีเบี้ยรับโดยตรง 525.05 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 1.95% อยู่อันดับ 16 และไอโออิกรุงเทพประกันภัยมีเบี้ยรับโดยตรง 275.33 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 1.02% อยู่อันดับ 30
www.siamturakij.com
ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1003 ประจำวันที่ 6-8 มิถุนายน 2552
Popularity: 99% [?]

Stumble Upon
Del.icio.us
Buzz




