เมืองไทยประกันภัยเข้มคัดลูกค้า
เมืองไทยประกันภัย รับผลดีคัดเกณฑ์ลูกค้าความเสี่ยง ได้กำไรดีขึ้น
นางกฤตยา ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา เบี้ยของบริษัทยังไม่ได้มีการเติบโตมากนัก แต่หากคิดเป็นผลกำไรแล้ว ปรากฏว่ามีดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับสัดส่วนการลงทุนใหม่และเน้นรับงานที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการรับประกันสรรพภัยสำหรับภาคธุรกิจ ที่ได้มีการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 ระดับตามลำดับความเสี่ยง คือ ความเสี่ยงระดับต่ำ ความเสี่ยงระดับปกติ ความเสี่ยงระดับสูง และความเสี่ยงระดับสูงสุด
ทั้งนี้ หากลูกค้าอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงระดับสูงขึ้นไป หรือ มีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยที่ 70% ขึ้นไป บริษัทก็จะไม่รับมากหรือจำกัดการรับประกันไว้สูงสุดได้ไม่เกิน 10% ของเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือเบี้ยนันมอเตอร์ทั้งหมด
“หลังจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เราเริ่มรับลูกค้าตามฐานความเสี่ยงและกระจายความเสี่ยงให้ได้มากที่สุด ก็เริ่มส่งผลดีให้เห็นแล้วในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อมีกำไรเพิ่มขึ้น แม้งานจะไม่ขยายตัว เป็นการดูฐานลูกค้าจากประสบการณ์โดยตรง ดูจากสถิติว่าลูกค้ารายไหนรายนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้เหมาว่าถ้าอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งแล้วต้องไม่ดีทั้ง หมด แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวก็ตาม” นางกฤตยา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทก็ได้มีการ ปรับเบี้ยประกันภัยรถยนต์เฉลี่ย เพิ่มขึ้นอีก 5-20% สำหรับกลุ่มลูกค้าต่ออายุที่มีอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 70-80% ขึ้นไป ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30-40% ของเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยได้เริ่มขึ้นเบี้ยมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะช่วยให้ ผลกำไรจากการรับประกันภัยเบี้ยรถยนต์ดีขึ้นด้วย
นางกฤตยา กล่าวว่า ในส่วนของเงินลงทุนที่มีอยู่ประมาณ 4,000 ล้านบาท ทางคณะกรรมการการลงทุนก็ได้ให้นโยบายปรับแผนลงทุนใหม่ เพื่อให้มีคุณภาพและมีความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนในหุ้นที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 13% ที่ให้ลงทุนเฉพาะหุ้นที่อยู่ใน SET 50 และ SET 100 เท่านั้น ทำให้บริษัทต้องทยอยขายหุ้นอื่นออกไป และนำมาลงทุนในหุ้น SET 50 และ SET 100 แทน แม้หุ้นที่เคยถืออยู่นั้นจะยังให้ผลตอบแทนที่ดีและมีปันผลก็ตาม
http://www.posttoday.com
Popularity: 78% [?]

Stumble Upon
Del.icio.us
Buzz




