BKI ลั่นคุมอัตราการสูญเสียไม่ให้เกิน 50% เน้นทำตลาดทุกไตรมาสกันเบี้ยรับหด
กรุงเทพ ประกันภัย ประคองเบี้ยรับรวมปีนี้โต 5% แม้เศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับกำไรทั้งปีหดจากปีก่อน ยึดนโยบายคุมเข้มคุณภาพรับประกันพอร์ตรถยนต์-อัคคีภัย กดอัตราการสูญเสียไม่ให้เกิน 50% วางกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มความถี่ในการทำตลาดเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส
นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI กล่าวว่า คาดว่าสิ้นปีนี้คงไม่สามารถทำกำไรได้เท่ากับปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่บริษัทยังไม่ปรับลดเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งปี โดยประคองอัตราการเติบโตไว้ที่ 5% หรือเพิ่มขึ้นจาก 7,800 ล้านบาท ในปีก่อนเป็น 8,300 ล้านบาท
ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสแรก มีกำไรสุทธิ 276.7 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 5.46 บาท จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 2.75บาท มียอดเบี้ยประกันรับรวม 2,185.3 ล้านบาท เพิ่ม 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งกำไรส่วนใหญ่มาจากการรับประกันที่เพิ่ม 48.3% ขณะที่บริษัทยังคงตรวจสอบภัยและรับประกันภัยที่มีกำไรเท่านั้น โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์และอัคคีภัยซึ่งสามารถควบคุมอัตราการสูญเสียให้ต่ำ กว่า 50% โดยที่อัตราการสูญเสียในไตรมาสแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 45% ลดจาก 48% เมื่อปีที่ผ่านมา
คาดว่าในช่วง 6 เดือนหลังจากนี้ เบี้ยรับจากประกันอัคคีภัยมีโอกาสโตติดลบ เพราะปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเพิ่มเบี้ยประกันอัคคีภัยใหม่จะ ส่งผลให้เบี้ยประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยลดลง ในเบื้องต้นคาดว่าจะลดลง 5-7% ประกอบกับปัจจัยที่ธนาคารพาณิชย์ควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (Creative Thinking) เพื่อสร้างเบี้ยประกัน ซึ่งปีนี้ต้องอาศัยความถี่ทำตลาดเพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส จากเดิมใช้เวลา 2-3 ปี ถึงเริ่มทำตลาดสินค้าใหม่ ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างทดลองขยายตลาดประกันสุขภาพครบวงจรเจาะกลุ่มเป้าหมาย วัยทำงาน และวัยเกษียณอายุ 65 ปี
พร้อมกันนี้ได้ปรับสัดส่วนกำไรจากการลงทุนกับกำไร จากการรับประกันภัยมาอยู่ในระดับ 50:50 ในขณะที่ปีก่อนกำไรจากการลงทุนคิดเป็น 60% และกำไรจากการรับประกัน 40% โดยยังคาดหวังว่าในอีก 3-4 เดือนหน้า ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 600-650 จุด จะอาจช่วยให้ราคาหุ้นขึ้นไปได้ และมีผลตอบแทนชดเชยกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วงนี้ได้ ซึ่งปัจจุบันพอร์ตการลงทุนของบริษัทโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 6,760 ล้านบาท เป็นการลงทุนในหุ้นทั้งในและนอกตลาดคิดเป็น 52% หรือแยกเป็นลงทุนในหุ้นในตลาดฯ 3,400 ล้านบาท หุ้นนอกตลาดฯ 500 ล้านบาท เงินฝาก 900 ล้านบาท พันธบัตรรัฐบาล 500 ล้านบาท ตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ บี/อี 460 ล้านบาท และหน่วยลงทุน 1,000 ล้านบาท
Popularity: 27% [?]
Stumble Upon
Del.icio.us
Buzz