ประกันภัยรถยนต์.net

ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์ ให้คำปรึกษา แนะนำ การเลือกซื้อ ประกันภัยรถยนต์ 0-2939-0923

ข่าวรถยนต์

อัพเดท ข้อมูลข่าวสาร รถยนต์ ทันเหตุการณ์ อัพเดทการเปลี่่ยนแปลง ในแวดวงรถยนต์ สดใหม่ทุกวัน

นายหน้าสอบตกกฎเหล็ก ‘จ่ายเบี้ยทันที’

คปภ.เผาจริง ปี’53 ใครแตกแถวเชือดแน่

คปภ.ยืนยันใช้กฎจ่ายเบี้ยรถยนต์ก่อนคุ้มครองหรือ Cash before cover ต่อเพราะดีกับทุกฝ่าย บริษัทได้เบี้ยเร็ว มีเงินจ่ายสินไหมประชาชน ธุรกิจน่าเชื่อถือ จี้บริษัทประกันนายหน้าปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัดเหตุปีหน้าเอาจริงใครแตก แถวเชือดทันทีหลังให้เวลาปรับตัว 1 ปี เผยผลประชุมนายหน้ามีปัญหาที่ต้องสะสางเพียบ เมินข้อเสนอขอยืดเวลาชำระเบี้ยลูกค้าบุคคลอีก 15 วันเท่าลูกค้านิติบุคคล ย้ำทำไม่ได้ขัดกฎหมาย

cbc

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประชุมร่วมกับสมาคมนายหน้าประกันภัยเพื่อหารือถึงปัญหาตลอดจนอุปสรรค ต่างๆ ในการปฏิบัติตามกฎ จ่ายเบี้ยประกันภัยก่อนคุ้มครอง (Cash before cover : CBC) และประกาศ คปภ.เรื่องการเก็บเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่คปภ.เริ่มนำมาใช้พร้อมกัน

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นมา ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทประกันภัยและนายหน้าปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

นางสาวชำเลือง ชาติสุวรรณ รองเลขาธิการคปภ. ในฐานะประธานการประชุมดังกล่าว เปิดเผยว่า      ผลการประชุมพบว่าตลอด ระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ใช้กฎข้างต้นในส่วนนายหน้ามีประเด็นที่ต้อง      ปรับปรุงแก้ไขหลาย เรื่อง อาทิ ลูกค้าบางส่วนยังไม่สามารถเรียก เก็บเบี้ยประกันภัยตามหลัก Cash before cover ได้เนื่องจากลูกค้าส่วนมากรอวันสุดท้าย จึงจะแจ้งในการทำประกันภัย, ออกเอกสารการรับเงินให้แก่ลูกค้าโดยไม่ใช้เอกสารของบริษัทประกันภัย, ส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้ แก่บริษัทประกันภัยเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ยิ่งกว่านั้น ยังมีปัญหาอื่นๆ กรณีนายหน้าไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ประกันวินาศภัยหรือประกาศอื่นๆ          ที่เกี่ยวข้อง เช่น ไม่ส่งงบการเงินต่อคปภ. ไม่บันทึกรายการในทะเบียนหรือสมุดบัญชี ดำรงเงิน       กองทุนไม่ครบถ้วน ลงทุนโดยฝ่าฝืนประกาศฯ นำเงินกองทุนไปก่อภาระผูกพันโดยไม่ถูกต้องให้ลูกค้าผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน ภัย ไม่จัดให้มีนายหน้าหรือพนักงานอยู่ประจำสำนักงาน เป็นต้น

ส่วนกรณีที่นายหน้าเสนอให้ผ่อนผันให้ลูกค้าบุคคล ธรรมดายืดการชำระเบี้ยประกันภัยออกไป 15 วัน เช่นเดียวกับลูกค้านิติบุคคลโดยให้เหตุผลว่าลูกค้ายังไม่ทราบหลักเกณฑ์ Cash before cover ไม้รู้ว่าตนต้องชำระเบี้ยประกันภัยยังยึดติดกับแนวปฏิบัติในอดีต ส่วนลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งบอกทำประกันภัยในวันสุดท้ายที่กรมธรรม์เดิมสิ้นอายุ ทำให้ไม่อาจเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยได้ตามกำหนดอย่างครบถ้วนนั้น

นางสาวชำเลืองกล่าวว่า ไม่สามารถทำได้เพราะตามหลักการ Cash before cover คือลูกค้าต้องชำระเบี้ยประกันภัยหรือในวันที่กรมธรรม์เริ่มคุ้มครอง ดังนั้นการขยายเวลาชำระเบี้ยประกันภัย     ออกไปเท่ากับไม่ใช่หลัก Cash before cover ส่วนปัญหาที่ลูกค้าไม่รู้กฎนี้ ทางสำนักงานคปภ.และสมาคมประกันวินาศภัยจะร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ทั่วไปรับทราบ

ขณะเดียวกันนายหน้าควรต้องจัดให้มีระบบในการแจ้ง เตือนให้ลูกค้าที่จะต่ออายุกรมธรรม์ให้ทราบล่วงหน้าและแจ้งกำหนดวันชำระ เบี้ยประกันภัยที่ชัดเจนเพื่อให้ลูกค้าจ่ายเบี้ยประกันภัยได้ทัน

นอกจากนี้ ทางคปภ.จะประสานกับสมาคมประกันวินาศภัยในการกำหนดแบบฟอร์มแสดงการรับเงินจาก ลูกค้า แต่คปภ. คงไม่สามารถกำหนดแบบฟอร์มการรับเงินมาตรฐานได้เนื่องจากระบบงานของบริษัท ประกันภัยแตกต่างกัน ซึ่งประเด็นนี้ทางนายหน้าจะไปหารือกับสมาคมประกันวินาศภัยเพื่อกำหนดรูปแบบ เอกสารการรับเงินให้เป็นมาตรฐาน

นางสาวชำเลืองกล่าวว่า คปภ.ยืนยันจะใช้หลัก Cash before cover ต่อไปและจะเร่งรัดติดตามทุกฝ่ายทั้งบริษัทประกันภัย นายหน้า ตัวแทนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพราะเป็นหลักการที่ดีช่วยให้ธุรกิจ ประกันภัยได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชนมากขึ้น เนื่องจากบริษัทประกันภัยจะเก็บเบี้ยประกันภัยได้เร็วขึ้นทำให้มีเงินที่จะ จ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นการร้องเรียนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะค่อยๆ ลดลงทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตต่อไป ในแง่ผู้บริโภคจะเป็นหลักประกัน ว่าจะได้รับการบริการที่ดีขึ้น อีกทั้งประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้หลักเกณฑ์นี้

ด้านแหล่งข่าวจากคปภ. กล่าวเสริมว่า ปีหน้าคปภ.จะบังคับใช้พ.ร.บ.ประกันวินาศภัยรวมถึงประกาศต่างๆ เกี่ยวกับ Cash before cover เข้มงวดมากขึ้น บริษัทประกันภัย ตัวแทนและนายหน้ารายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะปรับหรือลงโทษทันทีหลังจาก ผ่อนผันให้เวลาปรับตัวมา 1 ปีแล้ว

www.siamturakij.com

ที่มาของข่าว :: นสพ. สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1051 ประจำวันที่ 21-24 พฤศจิกายน 2552

Popularity: 11% [?]

ข้อมูลรายละเอียดในการพัฒนารถมาสด้า2

ดีไซน์แบบไดนามิกที่ดึงดูดใจผู้คนทั่วโลก…พาหนะคู่ใจอันชาญฉลาด

1
ดีไซน์แบบ ไดนามิก

bullet aการ พัฒนา Mazda2 สะท้อนถึงทิศทางใหม่ในการออกแบบของยานยนต์ มาสด้าจึงได้พิจารณาทิศทางการออกแบบที่หลากหลาย ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะตอบสนองความคาดหวังที่แตกต่าง ทีมผู้ออกแบบได้นำผลจากการศึกษามาเป็นดีไซน์แบบ ไดนามิก ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของมาสด้าอย่างชัดเจน ด้วยรูปทรงเส้นสายที่เฉียบคม แต่แฝงไว้ซึ่งความนุ่มนวล Read the rest of this entry »

Popularity: 12% [?]

Lexus LFA
ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของเล็กซัส
Monday, 26 October, 2009 0:39 AM
bullet aเล็กซัส แบรนด์หรูจากญี่ปุ่น ขยายแนวรุกโชว์เทคโนโลยี ด้วยการเปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นแรก LFA โครงสร้างผลิตจาก คาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนัก ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเครื่องยนต์ วี10 ความจุ 4,800 ซีซี 552 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติซีเควนเชียล 6 จังหวะ ท๊อปสปีด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

bullet aหัวหน้าทีมวิศกร Mr. Haruhiko Tanahashi กล่าวว่า “เล็กซัส LFA เป็นซูเปอร์คาร์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือ เพื่อมอบประสบการณ์ที่สุดยอดในการขับให้แก่เจ้าของ”

 

bullet aโครงสร้างตัวถังเปลี่ยนจากอะลูมิเนียมเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถูกใช้ในการผลิตชิ้นส่วนตัวถังด้วย และด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย ส่งผลให้คาร์บอนไฟเบอร์ที่ใช้ใน LFA มีความแข็งแรงมากกว่าอะลูมิเนียมถึง 4 เท่า และที่สำคัญ สามารถลดน้ำหนักตัวถังลงได้ประมาณ 100 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตด้วยอะลูมิเนียม โดย LFA ใช้คาร์บอรไฟเบอร์มากถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เชื่อมต่อกันด้วยเรซินเทคโนโลยีเดียวกับอากาศยาน ส่วนที่เหลืออีก 35 เปอร์เซ็นต์เป็นอะลูมิเนียม

bullet aมิติตัวถังมีความยาว 4,505 มิลลิเมตร กว้าง 1,895 มิลลิเมตร สูง 1,220 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,605 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า 1,580 มิลลิเมตร ล้อหลัง 1,570 มิลลิเมตร ผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลมเพื่อผลทางแอโรไดนามิก ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.31

bullet aLFA ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V10-72 องศา หายใจธรรมดา ไร้ระบบอัดอากาศ ฝาสูบแบบ DOHC 40 วาล์ว DUAL VVT-i จากกระบอกสูบ 88.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 79 มิลลิเมตร อัตราส่วนการอัด 12.0:1 ให้กำลังสูงสุด 552 แรงม้า ที่ 8,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 49 กก.-ม. ที่ 6,800 รอบต่อนาที รอบสูงสุด 9,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 5 อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

bullet aLFA มีน้ำหนัก 1,480 กิโลกรัม คิดเป็นอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก 373 แรงม้าต่อตัน การกระจายน้ำหนักหน้า:หลัง 48:52 เปอร์เซ็นต์ และ 115 แรงม้าต่อความจุ 1 ลิตร ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Automated Sequential Gearbox (ASG) ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์ 0.2 วินาที ขับเคลื่อนล้อหลังพร้อมลิมิเต็ดสลิป มาพร้อมระบบช่วยการทรงตัว Vehicle Dynamic Integrated Management (VDIM) ควบคุมระบบต่างๆ ให้ทำงานสัมพันธ์กันทั้งเอบีเอส วีเอสซี และแทร็คชั่นคอนโทรล

bullet aระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ผลิตจากคาร์บอนเซรามิก Carbon Ceramic Material (CCM) คาลิเปอร์อะลูมิเนียมหน้า 6 พอต จานเบรก 390×34 มิลลิเมตร คาลิเปอร์หลัง 4 พอต จานเบรก 306×28 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนเซ็ตเพื่อการขับแบบสปอร์ตโดยเฉพาะ ด้านหน้าดับเบิลวิชโบนหรือปีกนก 2 ชั้น ด้านหลังมัลติลิงก์ ชิ้นส่วนช่วงล่างผลิตจากอะลูมิเนียม พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า ประกบด้วยล้อแม็กอะลูมิเนียมฟอร์จของ BBS และยางบริดสโตน ด้านหน้า 265/35ZR20 และด้านหลัง 305/20ZR20

 

bullet aภายในห้องโดยสาร เน้นโครงสร้างแบบโปร่ง เน้นหลักสรีระศาสตร์ เบาะทรงสปอร์ตหุ้มหนัง ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ปัดด้านป้องกันแสงสะท้อน แป้นคันเร่งและเบรกผลิตจากอะลูมิเนียม อุปกรณ์ครบครันตามสไตล์รถหรู

bullet aชุดมาตรวัด เน้นที่มาตรวัดรอบแบบเข็ม LCD สามารถตั้งให้เปลี่ยนสีในรอบที่ต้องการเปลี่ยนเกียร์ คล้ายชิฟต์ไลต์ โดยจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อถึง 9,000 รอบต่อนาที และสามารถโปรแกรมให้เป็นสีเหลืองและเขียวได้ในรอบที่ผู้ขับต้องการ

 

bullet aระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้งเชิงป้องกันและแก้ไข โครงสร้างอุโมงค์เกียร์ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ กล่องลดแรงกระแทกด้านหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ ด้านหลังผลิตจากอะลูมิเนียม บานประตูเสริมความแข็งแรงด้วยคานคาร์บอนไฟเบอร์ แอร์แบ็กคู่หน้าแบบ 2 จังหวะ แอร์แบ็กที่เข็มขัดนิรภัย และแอร์แบ็กหัวเข่าคู่หน้า

bullet aเล็กซัส LFA เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2000 จากนั้นจึงเผยคันต้นแบบปี 2003 ในปี 2008-2009 ขับทดสอบในสนามนูร์บูร์กริง และล่าสุดเผยโฉมคันจริงพร้อมจำหน่ายในโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2009

bullet aเล็กซัส LFA จะประกอบด้วยมือที่โรงงาน Motomachi ในโตโยต้าซิตี้ โดยจะผลิตเพียง 500 คันเท่านั้น ด้วยอัตราการผลิต 20 คันต่อเดือน ส่วนเครื่องยนต์วี10 จะประกอบโดยวิศวกรเพียงคนเดียว และจะเซ็นชื่อกำกับไว้ด้วยเมื่อตรวจสอบเรียบร้อย ราคาในสหราชอาณาจักร 18,400,000 บาท

ที่มา : http://www.motortrivia.com

Popularity: 9% [?]

Axial : SCX10 (TR)

Trail Proven Off-Road Performance : มาบุกป่าฝ่าดงกันเถอะ
Monday, 26 October, 2009 0:39 AM
 
bullet aAxial Racing หนึ่งในค่ายรถไต่หินชั้นนำ ออกรถบังคับทรัค 4WD สเกล 1/10 ตัวใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้สะสมกันอีกแล้ว โดยคราวนี้ต่อท้ายด้วยรหัส TR (Trail Ready) หมายถึงประกอบมาเสร็จสรรพในกล่อง ลงชุดไฟเรียบร้อยเมื่อไหร่ (ชุดไฟซื้อแยกต่างหาก) พร้อมเล่นแบบ ‘Trail’ บุกป่าฝ่าดงกันได้เลย ไม่ต้องนั่งประกอบให้เมื่อยหลัง (แต่มันก็สนุกตอนประกอบนี่ละนะครับ)

bullet aSCX10 Trail Proven เป็นรถที่ใช้พื้นฐานของรถสเกล SCX10 Scale Truck ที่ออกมาก่อนหน้าในช่วงต้นปี โดยใช้แชสซีส์ และช่วงล่างร่วมกัน SCX10 เป็นรถบังคับวิทยุที่อยู่ในคลาส 1.9 (เรียกตามไซส์ของล้อ แบ่งเป็น 2 คลาส คือ Scale 1.9 และ Scale 2.2) น่าเสียดายเล็กน้อย ที่ราคาค่าตัวแพงขึ้น แต่เปลี่ยนตัวชักเลี้ยว และลิ๊งค์หน้า-หลัง จากอลูมิเนียมเป็นพลาสติกเสียนี่

 

bullet aผิดคาดเล็กๆ กับลิ๊งค์พลาสติก แต่แลกกับความพิเศษที่บอดี้ใหม่ ซึ่งมีความสมจริงมากขึ้น (สำหรับบอดี้อ่อน) และมีชุดไฟ LED 6 ดวงมาจากโรงงานเลย แบ่งเป็นตำแหน่งกันชนหน้า 2 ดวง, ไฟท้าย 2 ดวง และสปอตไลท์ 2 ดวง อีกทั้ง Axial ยังใจป้ำ แจกยางอะไหล่มาให้ 1 วงด้วย

bullet aแน่นอน ล้อยังคงเป็น Beadlock 3 ชิ้นตัวเดิม (ไม่ต้องใช้กาวแปะ ขันสกรูยึดยางกับขอบล้อได้เลย) บวกยางยอดนิยมจากค่าย Pro-Line รุ่น Flatirons ซึ่งยางตัวนี้ถือเป็นยางติดรถที่เพอร์เฟคท์อยู่แล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนหาของแต่งให้เสียเงิน

 
bullet aช๊อคฯ ยังเป็นตัวเดิมติดรถ SCX10 ตัวแรก คือเป็นชุดพลาสติก หากใครอยากได้ชุดอลูมิเนียม ต้องซื้อเพิ่มเป็นออปชั่นพาร์ท แต่จะว่ากันตรงๆ ช๊อคฯ พลาสติกนั้นรั่วซึมได้ง่ายมาก สำหรับใครที่ชอบเล่นโหดๆ แต่ถ้าไม่คิดมาก เล่นไต่ไปมาแถวๆ สนามหน้าบ้าน ช๊อคฯ พลาสติกก็รองรับการเล่นได้สบายๆ ครับ (ที่จริงตอนเห็นราคาเปิดตัว ผู้เขียนนึกว่าจะมีชุดแต่งอลูมิเนียมหลายชิ้นนะนั่น) ส่วนมอเตอร์ติดรถ เป็นมอเตอร์ 27 เทิร์น ถ้าใครอยากได้แรงบิดตามสไตลรถไต่ ก็เปลี่ยนมอเตอร์เป็นเทิร์นสูงๆ แต่ต้องศึกษาสักเล็กน้อยก่อนซื้อ ว่าต้องโดนอะไรเพิ่มบ้างเพื่อให้เข้าชุด
 
• SCX10 ตัวแรกที่ออกมาตอนต้นปี ถือเป็นรถสเกลที่สามารถแต่งต่อได้หลากหลาย ถอดบอดี้อ่อนทิ้ง ลงบอดี้แข็ง สเกลยอดนิยมได้ทันที ระยะวีลเบส สุดอเนกประสงค์
 

 
ออฟฟิเชียล วีดิโอ ฝีมือของแชมป์โลกรถไต่หิน คลาส 2.2 ในปี 2006 Brad ‘Bender’ Dumont ปัจจุบันถูกจับเข้าค่าย Axial ในฐานะดีไซน์เนอร์ไปเรียบร้อย
 

bullet aตามเคย…ชุดไฟที่ต้องซื้อเพิ่มแน่ๆ มีดังนี้…

1 – รีโมทคอนโทรล 2 แชนแนล
2 – รีซีฟเวอร์สำหรับรับสัญญานจากรีโมท
3 – สปีดคอนโทรล (ESC) ตัวสั่งการเดินหน้า-ถอยหลัง
4 – เซอร์โว (อุปกรณ์บังคับตัวชักเลี้ยว)
5 – แบตเตอรี่แบบแพ๊คแสตนดาร์ด 6 เซลล์ + เครื่องชาร์จ

bullet aAxial เปิดราคา SCX10 TR ไว้ที่ 550 เหรียญ (SCX10 ตัวแรก 450 เหรียญ) แพงกว่าเดิม 3,000 กว่าบาทแน่ะ แต่ก็อย่างที่รู้กัน ว่านี่คือราคาหน้าเว็บ ส่วนร้านที่หิ้วมาจำหน่ายในไทย แว่วว่าราคาถูกกว่าหน้าเว็บเป็นพันบาททีเดียว ใครสนใจลองสืบเสาะกันด

ที่มา : http://www.motortrivia.com/ู

Popularity: 8% [?]

Honda Step Wagon

รุ่นใหม่หลังคากระจกเฉพาะตลาดญี่ปุ่น

ฮอนด้าเผยโฉมรุ่นที่ 4 ของเอ็มพีวีรุ่นดัง Step Wagon โดยทำการออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นความสะดวกสบาย ด้วยประตูข้างแบบสไลด์ทั้ง 2 ฝั่ง ออกแบบเบาะนั่งให้รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 ตำแหน่ง โดยตัวรถมีความยาวมากกว่ารุ่นเดิมเพียง 50 มิลลิเมตร และสูงขึ้น 45 มิลลิเมตร ห้องโดยสารยาว 3,095 มิลลิเมตรStep Wagon ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2,000 ซีซี iVTEC และเกียร์อัตโนมัติ CVT สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ในบางรุ่นย่อยมีระบบ AFS ไฟหน้าเลี้ยวตามการหมุนพวงมาลัย ระบบกล้องวงจรปิดรอบคัน ช่วยผู้ขับเมื่อขับผ่านที่แคบหรือถอยหลัง Read the rest of this entry »

Popularity: 32% [?]

Honda Accord Crosstour

Read the rest of this entry »

Honda Accord Crosstour

เจอกัน พ.ย. นี้แน่นอน

ยั่วกันไปยั่วกันมา และอุ่นเครื่องกันนานเอาเรื่องสำหรับเวอร์ชันอเนกประสงค์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ที่จะขายในชื่อ ครอสส์ทัวร์ โดยในตอนนี้ทางดีลเลอร์ของฮอนด้าที่สหรัฐอเมริกา เฟิร์มมาเรียบร้อยแล้วว่า ลูกค้าชาวอเมริกันจะเป็นตลาดแห่งแรกที่ได้สัมผัสกับรถยนต์รุ่นนี้ และเริ่มขายกันในเดือนพฤศจิกยายน

ตัวรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบ และพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของ แอคคอร์ด ซีดาน เวอร์ชันอเมริกัน ซึ่งก็คือรุ่นเดียวกับบ้านเรา (แต่ไม่เหมือนเวอร์ชันญี่ปุ่นและยุโรป) แต่เพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นการตัดหัวเอามาต่อท้าย ฮอนด้าก็เลยจัดการ ออกแบบรายละเอียดของรูปลักษณ์ด้านหน้าใหม่หมด แต่แผงหน้าปัดและมาตรวัดใช้ร่วมกันในรายละเอียดส่วนหลัก แต่พวกชิ้นส่วนย่อยๆ เช่น พวงมาลัย หรือรูปแบบการตัดวางของสวิตช์แอร์ตรงแผงคอนโซลกลางออกแบบใหม่

Popularity: 13% [?]

Read the rest of this entry »

Lamborghini Murcielago LP670-4 SV

ราชากระทิงตัวใหม่ ที่แรงกว่า เบากว่าและเร็วกว่าเดิม

Tuesday, 6 October, 2009 0:05 AM
แลมโบร์กินี มูร์เซียลาโก สุดยอดรถสปอร์ตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้แลมโบร์กินี ได้ทำการพัฒนามูร์เซียลาโกตัวใหม่ซึ่งดิบ ดุดันมากขึ้นและเป็นรุ่นที่มีสเปคสูงที่สุด ณ ปัจจุบัน

มูร์เซียลาโก แอลพี 670-4 เอสวี แรงกว่า เบากว่า และเร็วกว่า ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร วี 12 สูบ ขนาด 670 แรงม้า และน้ำหนักที่เบาลงอีกกว่า 100 กก. อัตราเร่ง 0 – 100 กม. ต่อชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 342 กม. ต่อชั่วโมง อีกทั้งยังมีการผลิตแค่เพียง 350 คันทั่วโลกเท่านั้น

Popularity: 10% [?]

BMW 335 i CONVERTIBLE

Read the rest of this entry »

Popularity: 17% [?]

ฮอนด้า”Wise Edition”เติมขาวทุกรุ่นกระตุ้นตลาด Read the rest of this entry »

Popularity: 26% [?]

“ตรีเพชร”เปิดรับสมัครนักศึกษาร่วมโครงการสู่ความสำเร็จกับ”อีซูซุ” Read the rest of this entry »

Related Posts with Thumbnails

Popularity: 28% [?]

SEO Powered by Platinum SEO from Techblissonline
X ปิด
E-mail It